สวัสดีครับ ...

ยินดีต้อนรับ....สู่โสตประสาทความคิดของผมครับ
แนะนำติ/ชม กันได้น่ะครับ ... ดีร้ายยังไงช่วยบอกด้วยน่ะครับ

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

เรื่องของ ... เรื่อง

เรื่องของ ... เรื่อง  "ชีวิตมันควรเป็นอย่างไร"
ควรจะเป็นอย่างใจคิด
หรือ
ควรจะเป็นไปตามหน้าที่
แล้วยังไงล่ะ...
   ควรจะเป็นอย่างใจคิด ...เป็นอย่างไร - จะเป็นยังไงนะ? (เกิดเป็นคำถามขึ้นมาในใจ) >>> ก็คิดอะไร อยากทำอะไรเราก็ทำ ทำไปตามที่ใจเราต้องการ  ตัวอย่าง ...เฮ้ย ! ง่วงอยากนอน  หิวอะ ! กินดีกว่า  เื่บื่อว่ะ ! เที่ยวเฮอะ ...  
    ก็ดีเหมือนกันน่ะเป็นแบบนี้   "หิว...กิน/ง่วง...นอน/เบื่อ...เที่ยว"   เฟี้ยวได้ตามความใคร่อยากในทุกสถานการณ์ ...แล้วเราใช้ชีวิตอย่างนี้ได้เพราะเราเป็นเศรษฐี พันล้านเหรอ ????  ชีวิตโคตรเท่เลยยยยย ... อย่างกับหนังอย่างกับละคร เป็นพระเอกหรือนางเอก  นึกอยากจะโรแมนติกขับรถเปิดปะทุนท่ามกลางแดดอันร้อนฉ่า 5555+ (สงสัยผิวหนังชั้นนอกของคู่พระนางจะติดฟ่าพนังกันความร้อน)  หิวจัด ... เข้าภัตตาคารเริ่ดหรู อาหารมาจานล่ะคำ (ว้าววววอิ่ม)  ท่ามกลางภาวะโลกโคตรร้อน  แล้วเราก็นอนห่มผ้าตากแอร์   ในอุณภูมิ 25 องศา ที่เค้าบอกปาวๆว่าประหยัดไฟ (เค้าในที่นี้ผมก็ไม่รู้ว่าใครแต่...เค้ามีบทบาทในชีวิตของใครหลายๆคนมากกกกก)>>> เจ๋งอ่ะ ถ้าชีวิตเป็นอย่างนี้     
    เท่มากครับ  ถ้าชีวิตเป็นอย่างนี้  แล้วลองหวนคิดดูซิครับกับสิ่งที่คุณมีกับสิ่งที่คุณเป็นอยู่ ????? (มันคือประโยคคำถามควรใส่ ? ให้เยอะ)  5555+ ตอนนี้คุณคงคิดล่ะซิว่า "เอะ !ไอ้นี้...พูดอย่างนี้เอ็งเป็นใครว่ะ"  "เฮ้ย ! พ่อแม่ กู/ฉัน/เรา/ข้าพเจ้า ... ยังไม่ว่าไรเลย"
     ***เปล่าน่ะครับ ... ที่ผมกล่าวมาผมไม่ได้ด่าว่า หรือจะเอาตัวเองเป็นอาจารย์เพื่อสอนใคร ....หากแต่ว่ามันเป็นข้อสงสัยและความใคร่อยากอย่างกระหายของผมเองที่  อยากมี/อยากได้/อยากเป็น ....สิ่งเหล่านี้มันได้เข้ามาอยู่ ในสันดารความคิดของผม มานมนานตั้งแต่เล็กจนโต >>> เพราะอะไรผมก็ไม่รู้แต่รู้ว่า กูต้องเป็นเยี่ยงนั้นเยี่ยงนี้ให้ได้ ... แต่แล้วไง >>>  5555+ มันก็ยังคว้าอะไรมาไม่ได้สักอย่าง ....เพราะอะไร >>> 

*****(อนุญาติให้คุณครุ่นคิดให้จงหนัก ... เท่าไรก็ได้ ตามแต่ชีวิตที่ผันผ่านมา)
    
เพราะนั้นคือชีวิตคุณที่ต่างจากผม ...แต่ในส่วนของผม

ในขณะที่เพื่อนๆร่ำเรียนอย่างคร่ำเคร่ง ....เราล่ะ>>> ??? 
ในขณะที่เพื่อนๆทำงานส่งอาจารษ์ ....เราล่ะ>>> ???
 แล้วในขณะที่เพื่อนกำลังจะจบล่ะ .... เราล่ะ>>> ???

เพราะในขณะที่เพื่อนๆเขาทำตามหน้าที่ผมก็กำลังคร่ำเคร่งทำตามใจอยู่

     ***** แล้วคุณว่าถ้าสังคมนี้ ... เกิดเป็นไปตามใจของแต่ล่ะคนมันจะเป็นอย่างไร ?????
 

10 ความคิดเห็น:

  1. ชอบก็ ดีใจน่ะครับ ....
    แต่ไม่ชอบ อย่าตามมาต่อยผมน่ะครับ 5555

    ตอบลบ
  2. เป้าหมายไม่ชัดเจน ไม่เป้นลำดับ การจัดลำดับเป้าหมายเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราชนะ(ตัวเองได้ง่าย) ถ้าเราจัดเป้าหมายเรียงลำดับแล้วเอาชนะมันทีละข้อ อาจจะได้ผลสัมฤทธิ์ดีกว่า

    ตอบลบ
  3. ขอบคุณครับ ... เป็นคำแนะนำที่เยี่ยมมาก สำหรับชีวิต....
    ฟังแล้วตื้นตันครับ ^_^

    ตอบลบ
  4. ภิญญดา ทวีสุข23 มีนาคม 2554 เวลา 12:23

    ก่อนอื่นในฐานะที่รู้จักกับผู้เขียนอยู่บ้างจีงทำให้อ่านเรื่องสั้นขนาดสั้นของผู้เขียนคนนี้ได้ดี เพราะงานเขียนส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากประสบการณ์ของผู้เขียน การเขียนจากประสบการณ์จะทำให้งานน่าสนใจน่าติดตามมากกว่างานเขียนชนิดเพ้อฝันยิ่งงานเขียนที่เกิดจากจิตใต้สำนึกด้วยแล้วทำให้งานเขียนรื่นไหลมาก ต่อไปนี้จะวิจารณ์ตามความรู้อันน้อยนิดที่หลงลืมไปเกือบหมดแล้วนะ งานเขียนที่สำค้ญอย่างมากอันดับแรกที่ต้องระวังคือ "การใช้ภาษา" ต้องถูกต้องและเป็นมาตรฐาน ภาษาปากอาจใช้ได้บ้างในงานเขียนแต่ต้องสอดคล้องกลมกลืนกัน แต่ไม่ใ่ช่ใช้จนพร่ำเพรื่อหรือที่เรียกว่าภาษาวัยรุ่นหรือภาษาอินเทอร์เน็ตนั่นเอง และยังมีคำผิดอยู่หลายคำ ส่วนเครื่องหมายต่างๆๆก็ไม่ควรมีมากเกินไปจนรกรุงรังน่าเบือจนมันดูไม่เหมือนงานเขียนมันเหมือนงานที่ยังไม่เสร็จมั่วสิ้นดีตัวไหนไม่จำเป็นไม่ต้องใส่ หากคิดจะเป็นนักเขียนมันต้องเรียนรู้หลักอีกมากมายไม่ใช่นึกจะเขียนก็เขียนได้เพราะการเขียนก่อนอื่นต้องเริ่มตั้งแต่ชื่อเรื่องน่าสนใจผสมกับการเขียนเนื้อเรื่องที่ต้องมีลำดับความคิดอย่างน่าสนใจจะสร้างเนื้อหาเทคนิคอย่างไรให้น่าสนให้ต่อผู้อ่านก็มีหลักอีกมาก ไหนต้องมีเอกภาพ สัมพันธภาพ สารัตภาพผสมอย่างกลมกลืน เนื้อหาของน้องยังวกวนไม่กระจ่างแกผู้อ่าน ยังลำดับความคิด ลำดับเรื่องราวที่จะสื่อไม่กระจ่างพอ เริ่มต้นกับตอนจบมันเข้ากันไม่ได้ แต่สุดท้ายพี่ก็ชอบนะ งานเขียนแบบนี้อ่านแล้วไม่เครียด เขียนแบบอยากจะเขียน แต่ก็ต้องยืนอยู่บนพื้นฐานวิชาการนิดหน่อย สรุปว่าพี่ชอบนะ เป็นกำลังใจให้ สู้สู้ ท้ายสุดนี้ชีวิตจะเดินตามหน้าที่หรือตามใจคิดมันก็อยู่ที่ตัวเราตัวเราเองต้องรู้ตัวเราเองมากที่สุดและตัวเราเองก็ต้องเอาตัวเราเองเป็นพื้นฐานว่าเราประสบความสำเร็จหรือมีความสุขมากแค่ไหน ความสำเร็จของชีวิตขอแค่มีความสุขก็พอแล้ว หน้าที่การงาน การเรียน การเงิน ความมั่งคั่งไม่ได้วัดคุณค่าความหมายหรือค่าของคน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงค่านิยมความเชื่อของสังคมการแข่งขันหากเราพอใจในตัวตนของเรา พอใจในสิ่งที่เป็นที่มี แค่นี้ก็สุขมากพอแล้ว จงแข่งกับตัวเองแล้วเราจะชนะ หากยังคิดจะแข่งกับคนอื่นก็ต้องแพ้อยู่ร่ำไป (ภิญญดา ทวีสุข ผู้วิจารณ์)

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณมากครับพี่ ....พอผมได้อ่านที่พี่วิจารณ์ไว้ให้เนี่ย ผมก็เห็นภาพชัดมากขึ้นเลยครับ ส่วนเรื่องราวนั้นยังไม่จบครับ ...ผมจะนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีกว่านี้ ... ไม่ซิ ! จะทำให้มีที่ติน้อยที่สุดครับ ยังไงก็ขอบคุณพี่มากครับ ... และหวังว่าพี่จะติดตามผลงานผมไปเรื่อยยๆน่ะครับ

    ตอบลบ
  6. ผมไม่รู้หรอกว่าโครงสร้างของการเขียนมันเป็นยังไง.แล้วใครมากำหนดว่านี่คือโครงสร้าง..แล้วถ้าผมเกิดก่อนจะมีโครงสร้าง..ผมวางโครงสร้างซะเองให้เข้าทางผมได้มั้ย...แต่ที่ผมรู้คือการเขียนต้องถอดเอาสันดานของคนเขียนออกมาเรียบเรียงเป็นตัวหนังสือ..แล้วสื่อถึงคนอ่าน..ผมจะวางความคิดนี้เป็นโครงสร้างได้มั้ย..

    ตอบลบ
  7. อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจอ่ะน่ะครับ ... ว่าได้มั้ย ...แต่ในสิ่งที่ผมเขียนนั้น ...มันคือสิ่งที่ผมต้องการสื่อ...และมันเป็นสิ่งที่ออกมาจากความคิดของผมจริงๆครับ ...

    ตอบลบ
  8. แล้วเราจะคอยติดตาม...เรื่องของเรื่อง...ในเรื่องต่อไป...สู้ๆๆ

    ตอบลบ
  9. ขอบใจมากน่ะครับ ...Innosan

    ตอบลบ