สวัสดีครับ ...

ยินดีต้อนรับ....สู่โสตประสาทความคิดของผมครับ
แนะนำติ/ชม กันได้น่ะครับ ... ดีร้ายยังไงช่วยบอกด้วยน่ะครับ

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

เรื่องของ ... เรื่อง 0.1

เริ่มต้นยังไงดีอ่ะ! 555+ เอาเป็นว่า...
"ขอบคุณมากๆครับ  ที่สละเวลาอันสุดแสนจะมีค่าของคุณ
เข้ามาอ่านอะไรก็ไม่รู้  ที่ผมเขียนขึ้นมา"
จากใจ...Indy
......................................................................................................................

เรื่องของ ... เรื่อง  "ชีวิตมันควรเป็นอย่างไร"
ควรจะเป็นอย่างใจคิด
หรือ
ควรจะเป็นไปตามหน้าที่

คราวนี้ก็ถึงคิวควรจะเป็นไปตามหน้าที่...


   ควรจะเป็นไปตามหน้าที่ ? - มันก็ยังเหมือนเดิม  ก็เกิดเป็นคำถามขึ้นมาอีกแล้ว  ว่ามันเป็นอย่างไร ?  ในความคิดของผมความหมายของคำว่าหน้าที่  คือ " กิน "  555+ ล้อเล่น  เอาจริงๆผมก็ยังไม่รู้หรอกครับ  ว่าความหมายของคำว่าหน้าที่  แท้จริงแล้วมันแปลว่าอะไร ... คงต้องย้อนกลับไปสมัยเด็กๆเลยน่ะครับ  เพราะผมก็อยากรู้ว่าสิ่งที่ผมต้องทำหรือพบเห็น  ตั้งแต่เด็กๆนั้นมันคือหน้าที่รึเปล่า ? ผมไม่แน่ใจน่ะว่ามันคือหน้าที่หรือไม่  รู้แต่เพียงว่า "มันต้องทำ(เหรอ)"

   ย้อนมาวัยเด็กน่ะครับ  ขอย้ำอีกครั้งน่ะครับว่าวัยเด็ก  กลอเมมโมรี่ความทรงจำของคุณไปพร้อมๆกันกับผมก็ได้น่ะ  ในวัยเด็กของผมช่างเป็นช่วงวัยที่สงสัยอะไรหลายๆอย่าง  แบบว่าสงสัยใคร่รู้ในสิ่งที่คิดว่า "ทำไมต้องเป็นแบบนี้น่ะ" (ส่วนเรื่องเนื้อหาทางการศึกษา 555+ ค่อยว่ากัน)  ผมจำได้ว่าเมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา  มันจะมีสามช่วงเวลาและสามช่วงความรู้สึก  ที่แตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง ...

จินตนาการว่าคุณกำลังดูรายการเกมส์โชว์อะไรก็ได้ทางฟรีทีวีสักรายการนึง
(เอาที่เรตติ้งดีน่ะครับ ...เนื้อหาสาระไม่ต้อง)

    ช่วงที่ .1สนับสนุนโดยกล้วยทอดป้าปริก (ขอร้องไปยังป้าปริกถ้ามีชีวิตอยู่จริงๆ และขายกล้วยทอดอยู่จริงๆ อย่าฟ้องร้องผมน่ะครับ  555+)...เสนอช่วง>>> 

ช่วงเช้าในความรู้สึก...ที่สุดแสนจะวุ่นวาย 


     เอะ! ตอนเช้า  อันที่จริงก็ต้องเป็นช่วงเวลาที่สดชื่นและสดใสซิ  แต่สำหรับผมในช่วงเวลานี้  เปล่าเลย!  มันช่างเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุด เท่าที่เด็กคนนึงในขณะนั้นจะรู้สึกได้... เพราะอะไร?  ช่วงเวลาที่ผมกำลังเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษานั้น  ผมและครอบครัวอาศัยอยู่บ้านเช่า2 ชั้นอยู่ในตัวเมือง ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกับตลาดสดเท่าไรนัก  คงไม่ต้องบรรยายน่ะครับว่า มันจะวุ่นวายขนาดไหน แต่ผมว่ามันก็ไม่วุ่นวายเท่ากับบริเวณหน้าโรงเรียนได้อีกแล้ว    ซึ่งมันอาจเป็นปรากฏการณ์ ที่ปัจจุบันยังพบเห็นได้อยู่ โดยเฉพาะโรงเรียนในตัวเมือง ซึ่งจะแออัดยัดเยียดไปด้วยความหวังดีและห่วงใยของพ่อแม่ที่มีต่อลูก(เหรอ) ที่มาจากทั่วทุกสารทิศ และเกือบจะทุกประเภทเท่าที่มีขายในท้องตลาด>>>(เอะ! ความหวังดีและความห่วงใยเค้ามีขายในท้องตลาดด้วยรึนี่???)>>> มาทำความเข้าใจกัน

  อันที่จริงดีน่ะครับที่พ่อแม่มาส่งลูกเพื่อไปเรียน

 แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ผมดูแล้วมันรู้สึกว่า เฮ้ย! ทำไมต้องเป็นแบบนี้ว่ะ

 เป็นเพราะเราต้องมาโรงเรียนเองเหรอ ?  มันก็ไม่น่ะ 

อาจจะน้อยใจ...ที่พ่อแม่ต้องทำงานไม่ค่อยได้มีเวลามาส่งผมไปโรงเรียน 

แต่ผมก็ดีใจน่ะครับที่พ่อแม่ผมไม่ได้มาส่ง...เพราะถ้าท่านมาส่งผม

 ผมก็อาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่า

"เป็นวงจรแห่งการทำลายบรรยากาศยามเช้าไปเลยก็ได้"

?????????????????? 


 เสียงกรีดร้อง...จะเป็นจะตายที่ไม่อยากออกไปจากอ้อมอกพ่อแม่

  เสียงนกหวีด...ของคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ที่คอยเป่าบ่งบอกว่าห้ามจอดและโบกมือไล่

 เสียงตะโกนด่า...ของรถคันหลังที่มีต่อรถคันข้างหน้า

"เนื่องจากลูกผู้ซึ่งเป็นที่รักไม่ยอมลงจากรถ"

  เสียงแตร... รถรับส่งนักเรียนที่จะเข้าจอดป้ายประจำทาง

"ซึ่งรถคันนั้นที่ลูกน้อยยังไม่ยอมลงจากรถ"

และ....สายตามากมายหลากหลายคู่

ที่กำลังจ้องมองดูมาที่"รถของเด็กน้อย"


ผมต้องขอขอบพระคุณ...พ่อและแม่ผมจริงๆ

ที่ไม่ทำให้ผมกลายเป็นห่วงโซ่ทางอารมณ์อันร้อนรุ่มเหล่านี้
..................................................................................................................................         

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

เรื่องของ ... เรื่อง

เรื่องของ ... เรื่อง  "ชีวิตมันควรเป็นอย่างไร"
ควรจะเป็นอย่างใจคิด
หรือ
ควรจะเป็นไปตามหน้าที่
แล้วยังไงล่ะ...
   ควรจะเป็นอย่างใจคิด ...เป็นอย่างไร - จะเป็นยังไงนะ? (เกิดเป็นคำถามขึ้นมาในใจ) >>> ก็คิดอะไร อยากทำอะไรเราก็ทำ ทำไปตามที่ใจเราต้องการ  ตัวอย่าง ...เฮ้ย ! ง่วงอยากนอน  หิวอะ ! กินดีกว่า  เื่บื่อว่ะ ! เที่ยวเฮอะ ...  
    ก็ดีเหมือนกันน่ะเป็นแบบนี้   "หิว...กิน/ง่วง...นอน/เบื่อ...เที่ยว"   เฟี้ยวได้ตามความใคร่อยากในทุกสถานการณ์ ...แล้วเราใช้ชีวิตอย่างนี้ได้เพราะเราเป็นเศรษฐี พันล้านเหรอ ????  ชีวิตโคตรเท่เลยยยยย ... อย่างกับหนังอย่างกับละคร เป็นพระเอกหรือนางเอก  นึกอยากจะโรแมนติกขับรถเปิดปะทุนท่ามกลางแดดอันร้อนฉ่า 5555+ (สงสัยผิวหนังชั้นนอกของคู่พระนางจะติดฟ่าพนังกันความร้อน)  หิวจัด ... เข้าภัตตาคารเริ่ดหรู อาหารมาจานล่ะคำ (ว้าววววอิ่ม)  ท่ามกลางภาวะโลกโคตรร้อน  แล้วเราก็นอนห่มผ้าตากแอร์   ในอุณภูมิ 25 องศา ที่เค้าบอกปาวๆว่าประหยัดไฟ (เค้าในที่นี้ผมก็ไม่รู้ว่าใครแต่...เค้ามีบทบาทในชีวิตของใครหลายๆคนมากกกกก)>>> เจ๋งอ่ะ ถ้าชีวิตเป็นอย่างนี้     
    เท่มากครับ  ถ้าชีวิตเป็นอย่างนี้  แล้วลองหวนคิดดูซิครับกับสิ่งที่คุณมีกับสิ่งที่คุณเป็นอยู่ ????? (มันคือประโยคคำถามควรใส่ ? ให้เยอะ)  5555+ ตอนนี้คุณคงคิดล่ะซิว่า "เอะ !ไอ้นี้...พูดอย่างนี้เอ็งเป็นใครว่ะ"  "เฮ้ย ! พ่อแม่ กู/ฉัน/เรา/ข้าพเจ้า ... ยังไม่ว่าไรเลย"
     ***เปล่าน่ะครับ ... ที่ผมกล่าวมาผมไม่ได้ด่าว่า หรือจะเอาตัวเองเป็นอาจารย์เพื่อสอนใคร ....หากแต่ว่ามันเป็นข้อสงสัยและความใคร่อยากอย่างกระหายของผมเองที่  อยากมี/อยากได้/อยากเป็น ....สิ่งเหล่านี้มันได้เข้ามาอยู่ ในสันดารความคิดของผม มานมนานตั้งแต่เล็กจนโต >>> เพราะอะไรผมก็ไม่รู้แต่รู้ว่า กูต้องเป็นเยี่ยงนั้นเยี่ยงนี้ให้ได้ ... แต่แล้วไง >>>  5555+ มันก็ยังคว้าอะไรมาไม่ได้สักอย่าง ....เพราะอะไร >>> 

*****(อนุญาติให้คุณครุ่นคิดให้จงหนัก ... เท่าไรก็ได้ ตามแต่ชีวิตที่ผันผ่านมา)
    
เพราะนั้นคือชีวิตคุณที่ต่างจากผม ...แต่ในส่วนของผม

ในขณะที่เพื่อนๆร่ำเรียนอย่างคร่ำเคร่ง ....เราล่ะ>>> ??? 
ในขณะที่เพื่อนๆทำงานส่งอาจารษ์ ....เราล่ะ>>> ???
 แล้วในขณะที่เพื่อนกำลังจะจบล่ะ .... เราล่ะ>>> ???

เพราะในขณะที่เพื่อนๆเขาทำตามหน้าที่ผมก็กำลังคร่ำเคร่งทำตามใจอยู่

     ***** แล้วคุณว่าถ้าสังคมนี้ ... เกิดเป็นไปตามใจของแต่ล่ะคนมันจะเป็นอย่างไร ?????