เริ่มต้นยังไงดีอ่ะ! 555+ เอาเป็นว่า...
"ขอบคุณมากๆครับ ที่สละเวลาอันสุดแสนจะมีค่าของคุณ
เข้ามาอ่านอะไรก็ไม่รู้ ที่ผมเขียนขึ้นมา"
จากใจ...Indy
......................................................................................................................
เรื่องของ ... เรื่อง "ชีวิตมันควรเป็นอย่างไร"
ควรจะเป็นอย่างใจคิด
หรือ
ควรจะเป็นไปตามหน้าที่
คราวนี้ก็ถึงคิวควรจะเป็นไปตามหน้าที่...
ควรจะเป็นไปตามหน้าที่ ? - มันก็ยังเหมือนเดิม ก็เกิดเป็นคำถามขึ้นมาอีกแล้ว ว่ามันเป็นอย่างไร ? ในความคิดของผมความหมายของคำว่าหน้าที่ คือ " กิน " 555+ ล้อเล่น เอาจริงๆผมก็ยังไม่รู้หรอกครับ ว่าความหมายของคำว่าหน้าที่ แท้จริงแล้วมันแปลว่าอะไร ... คงต้องย้อนกลับไปสมัยเด็กๆเลยน่ะครับ เพราะผมก็อยากรู้ว่าสิ่งที่ผมต้องทำหรือพบเห็น ตั้งแต่เด็กๆนั้นมันคือหน้าที่รึเปล่า ? ผมไม่แน่ใจน่ะว่ามันคือหน้าที่หรือไม่ รู้แต่เพียงว่า "มันต้องทำ(เหรอ)"
ย้อนมาวัยเด็กน่ะครับ ขอย้ำอีกครั้งน่ะครับว่าวัยเด็ก กลอเมมโมรี่ความทรงจำของคุณไปพร้อมๆกันกับผมก็ได้น่ะ ในวัยเด็กของผมช่างเป็นช่วงวัยที่สงสัยอะไรหลายๆอย่าง แบบว่าสงสัยใคร่รู้ในสิ่งที่คิดว่า "ทำไมต้องเป็นแบบนี้น่ะ" (ส่วนเรื่องเนื้อหาทางการศึกษา 555+ ค่อยว่ากัน) ผมจำได้ว่าเมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา มันจะมีสามช่วงเวลาและสามช่วงความรู้สึก ที่แตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง ...
จินตนาการว่าคุณกำลังดูรายการเกมส์โชว์อะไรก็ได้ทางฟรีทีวีสักรายการนึง
(เอาที่เรตติ้งดีน่ะครับ ...เนื้อหาสาระไม่ต้อง)
ช่วงที่ .1สนับสนุนโดยกล้วยทอดป้าปริก (ขอร้องไปยังป้าปริกถ้ามีชีวิตอยู่จริงๆ และขายกล้วยทอดอยู่จริงๆ อย่าฟ้องร้องผมน่ะครับ 555+)...เสนอช่วง>>>
ช่วงเช้าในความรู้สึก...ที่สุดแสนจะวุ่นวาย
เอะ! ตอนเช้า อันที่จริงก็ต้องเป็นช่วงเวลาที่สดชื่นและสดใสซิ แต่สำหรับผมในช่วงเวลานี้ เปล่าเลย! มันช่างเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุด เท่าที่เด็กคนนึงในขณะนั้นจะรู้สึกได้... เพราะอะไร? ช่วงเวลาที่ผมกำลังเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษานั้น ผมและครอบครัวอาศัยอยู่บ้านเช่า2 ชั้นอยู่ในตัวเมือง ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกับตลาดสดเท่าไรนัก คงไม่ต้องบรรยายน่ะครับว่า มันจะวุ่นวายขนาดไหน แต่ผมว่ามันก็ไม่วุ่นวายเท่ากับบริเวณหน้าโรงเรียนได้อีกแล้ว ซึ่งมันอาจเป็นปรากฏการณ์ ที่ปัจจุบันยังพบเห็นได้อยู่ โดยเฉพาะโรงเรียนในตัวเมือง ซึ่งจะแออัดยัดเยียดไปด้วยความหวังดีและห่วงใยของพ่อแม่ที่มีต่อลูก(เหรอ) ที่มาจากทั่วทุกสารทิศ และเกือบจะทุกประเภทเท่าที่มีขายในท้องตลาด>>>(เอะ! ความหวังดีและความห่วงใยเค้ามีขายในท้องตลาดด้วยรึนี่???)>>> มาทำความเข้าใจกัน
อันที่จริงดีน่ะครับที่พ่อแม่มาส่งลูกเพื่อไปเรียน
แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ผมดูแล้วมันรู้สึกว่า เฮ้ย! ทำไมต้องเป็นแบบนี้ว่ะ
เป็นเพราะเราต้องมาโรงเรียนเองเหรอ ? มันก็ไม่น่ะ
อาจจะน้อยใจ...ที่พ่อแม่ต้องทำงานไม่ค่อยได้มีเวลามาส่งผมไปโรงเรียน
แต่ผมก็ดีใจน่ะครับที่พ่อแม่ผมไม่ได้มาส่ง...เพราะถ้าท่านมาส่งผม
ผมก็อาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่า
"เป็นวงจรแห่งการทำลายบรรยากาศยามเช้าไปเลยก็ได้"
??????????????????
เสียงกรีดร้อง...จะเป็นจะตายที่ไม่อยากออกไปจากอ้อมอกพ่อแม่
เสียงนกหวีด...ของคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่คอยเป่าบ่งบอกว่าห้ามจอดและโบกมือไล่
เสียงตะโกนด่า...ของรถคันหลังที่มีต่อรถคันข้างหน้า
"เนื่องจากลูกผู้ซึ่งเป็นที่รักไม่ยอมลงจากรถ"
เสียงแตร... รถรับส่งนักเรียนที่จะเข้าจอดป้ายประจำทาง
"ซึ่งรถคันนั้นที่ลูกน้อยยังไม่ยอมลงจากรถ"
และ....สายตามากมายหลากหลายคู่
ที่กำลังจ้องมองดูมาที่"รถของเด็กน้อย"
ผมต้องขอขอบพระคุณ...พ่อและแม่ผมจริงๆ
ที่ไม่ทำให้ผมกลายเป็นห่วงโซ่ทางอารมณ์อันร้อนรุ่มเหล่านี้
..................................................................................................................................
จากที่บทความแรก ... ที่ใครหลายคนได้อ่าน ... แล้วทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ... มันยังไม่จบ .... ใช่ครับมันยังไม่จบจริงๆ .... และมันก็จะออกมาเรื่อย ๆ ... เพราะอะไร ...ก็เพราะ " คิดไม่ออกครับ ว่าจะต่อยังไง" 555+ แต่เชื่อเถอะครับ ... ว่าถ้ามันได้ออกมาแล้ว ... มันคืดสิ่งที่ผม ... คิดแล้วคิดอีก ...เพื่อให้ทุกคนได้อ่านครับ ..... Indy
ตอบลบ