สวัสดีครับ ...

ยินดีต้อนรับ....สู่โสตประสาทความคิดของผมครับ
แนะนำติ/ชม กันได้น่ะครับ ... ดีร้ายยังไงช่วยบอกด้วยน่ะครับ

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

เรื่องของ ... เรื่อง 0.3

สวัสดีเพื่อนพ้องพี่น้อง Indy ครับ"อยากบอกว่าคิดถึงมากมาย"
ห่างหายไปหลายวันไม่ได้ไปไหนไกล
(แค่ไปเชียร์สามสาวอยู่สีลม 555+)
จะบ้าเหรอ !
เป็นที่ฮือฮามากน่ะครับสำหรับเด็กสาวสามคน(ไม่เด็กมั้ง)ที่คะนองคึกตามเสียงเชียร์
ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นแต่ก็เกิดขึ้นมาแล้วไม่รู้เพราะอะไร?
ไม่ได้จะขอร้องให้ฝ่ายไหนช่วยกันแก้(เพราะพวกเธอแก้ไปแล้ว ...อิอิ)
หากเพียงแต่"มะเร็งเอายาแดงทาคงไม่หาย"
อุ้ย! เยอะ พูดแล้วจี๊ด
.................................................................................................


     เข้าเรื่องของ...เรื่องดีกว่าครับ (เลยเถิดมาเยอะเกิน 555+) ก็ผ่านไปแล้ว 2 ช่วง 2 อารมณ์ที่ต่างกันแล้วน่ะครับ มาถึงในช่วงนี้ดีกว่าครับกับชีวิตเด็กน้อยชั้นประถมที่ผ่านมาเนิ่นนาน แต่กาลเวลาก็ไม่ได้ทำให้เขาลืม หากแต่มันยังตราตรึงตอกลึกมาจนถึงทุกวันนี้(ลักษณะคล้ายๆเหมือนโดนกระทำชำเราแล้วมาฟ้องมูลนิธิอะไรสักอย่างเลย 555+) 


ไม่ต่างจากตอนก่อนๆ เริ่มเลยครับ
จินตนาการกันก่อนครับ คราวนี้ให้คุณคิดจินตนาการว่า
นั่งดูข่าวทางฟรีทีวี ที่มีผู้สื่อข่าวเจาะประเด็นร้อนๆ(สีลมโคตรร้อน)ให้ฟัง
ตัววิ่งราคาหุ้นอยู่ด้านข้าง ส่วนตัวนิ่งด้านล่างคือ SMS แสดงความคิดเห็น
(SMS ระบายอารมณ์ก็ได้น่ะไม่ว่ากัน ฮ่ะฮ่า)

เอามาเริ่มกันเลย


ช่วงที่ 3.สนับสนุนโดยเครื่องสำอาง ตราช้างขี่แรด เพื่อภาพลักษณ์ที่ดี เมคอัพที่มั่นคง (สร้างภาพแก่สังคมไทย)  เสนอช่วง>>> 


ช่วงเย็นๆ...ที่ยากเย็นเข็ญใจ

อีกและ! เด็กหนอเด็กจะอะไรมากมายกับชีวิตที่ผ่านมา
(หลายคนคิดอย่างนั้น)

     แต่ผมว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเคยเกิดกับคุณมาแล้วก็ได้ครับ ผมก็ไม่รู้ว่าเหมือนรึเปล่าแต่ชีวิตของเจ้าเด็กน้อยอย่างผม ที่ผ่านมามันเป็นอย่างนี้ครับ ช่วงชั้นประถมศึกษาในตอนเย็นๆ ใกล้เลิกเรียน หลายคนดีใจและจดจ่อกับสิ่งที่อยากจะทำมากมายหลังเลิกเรียน เช่น เป่ากบ โยนลูกแก้ว ซ่อนหา ไล่จับ กระโดดเชือก

 (เชยว่ะ! เสียงสอดแทรกเข้ามาในโสตประสาทหู)

      คำอุทานของใครหลายๆคนที่เคยพบเจอแต่กับการ ไล่ยิงกันใน World wide / Say hi ในแชทรูม /ซูมส่องใน Wab cam  ต่างกันครับต่างกันโดยสิ้นเชิงในส่วนของกิจกรรมที่จะทำหลังเลิกเรียน  แต่สิ่งที่ผมแปลกใจคือ ความต่างของเวลา หากแต่ว่าสิ่งที่ผมพบเจอเมื่อคราเด็ก ยังคงหมุนตามมากับกาลเวลาโลกในปัจจุบันที่แลดูซ้ำเติมสังคมเกินไปไหม ก็ไม่รู้ ???

มันเป็นคำถามอยู่ในใจของเด็กน้อยมาตลอดว่า
"ทำไมก่อนเลิกเรียนต้องมาท่องสูตรคูณก่อนกลับ"
คิดบวกไว้ก่อนในตอนนี้ ทั้งที่ทำนองการท่องในตอนนั้น ก็ต่างกันไป 
(ของผมท่องแบบแร๊ป55+) 
เพราะเพื่อจรรโลงสังคมให้แลดูเป็นระเบียบอย่างตัวเลขที่เขียนไว้กระนั้นหรือ
(อาจใช่! ใช่ๆ ต้องใช่แน่ๆ มันเป็นอะไรที่พูดยาก  ต้องให้เธอแก้ ??? เพลงซะงั้น)

ในขณะที่ท่องสูตรคูณอย่างเมามัน ของเด็กน้อยในทำนองแร๊ป โย่ว!
ก็มีผู้ปกครองมายืนรออมยิ้มอย่างภูมิใจ ที่หน้าประตูเพื่อรอรับลูกของตน
(อีกทั้งบางคนยังก่นด่าไอ้เด็กเวร! ที่ท่องแร๊ปอยู่ในใจ เพราะไม่ใช่ลูกฉัน 555+)

     ยังครับยังไม่หมดที่สงสัยมันไม่ใช่แค่สูตรคูณที่ต้องท่องหลังเลิกเรียน ยังมีเพลงครับเพลงที่ให้ร้องอยู่กันบ่อยครั้งหลังเลิกเรียนเพื่อปลูกฝังเด็กๆให้เป็นคนดีของสังคม เพลงอะไรเอ๋ย???? จำชื่อเพลงไม่ได้ครับ ไม่แน่ใจ แต่เนื้อร้องมันมีอย่างนี้ครับ

เด็กเอ๋ยเด็กดีต้องมีหน้าที่ 10 อย่างด้วยกัน(ซ้ำ)

1 นับถือศาสนา

2 รักษาธรรมเนียมมั่น

3 เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์

4 วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน

5 ยึดมั่นกตัญญู

6 เป็นผู้รู้เรื่องการงาน

7ต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ ต้องมานะบากบั่นไม่เกียจไม่คร้าน

8 รู้จักออมประหยัด

9 ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล น้ำใจนักกีฬากล้าหาญให้เหมาะกับการสมัยชาติพัฒนา

10 ทำตนให้เป็นประโยชน์ รู้ บาปบุญ คุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา

เด็กสมัยชาติพัฒนาจะเป็นเด็กที่พาชาติไทยเจริญ+


ปรบมือครับ ขอเสียงปรบมือหน่อยครับ

ขอบคุณครับขอบคุณมากครับ

ที่สอนให้พวกเราได้แค่ท่องในบทเพลงนี้

ขอบคุณครับที่ไม่เคยบอกเล่าว่าสังคมที่แท้จริงมันไม่ได้เหมือนอย่างในบทเพลง

แต่มันเป็นหน้าที่ที่พวกเราต้องทำ

นั้นคือการท่องจำในบทเรียนของเด็กไทยและก้าวไปสู่สังคมที่เกินจริงจากการท่องจำ






วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

เรื่องของ ... เรื่อง 0.2

ขอขอบคุณทุกคนน่ะครับที่ให้การตอบรับผมเป็นอย่างดี 
อย่างที่คาดคิดไม่ถึงเลยจริงๆ
ผมอยากจะบอกว่า "Indy love you."

    เรามาต่อกัันที่ค้างไว้ในเรื่องของ...เรื่องตอนที่แล้วกันน่ะครับ ตอนก่อนผมเข้าเรื่องไว้ว่า ผมในวัยที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา มี 3 ช่วงเวลาและ 3 ช่วงความรู้สึก ที่แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง ในช่วงแรก คือช่วง "ช่วงเช้าในความรู้สึกที่สุดแสนจะวุ่นวาย" แล้วก็ทิ้งช่วงหายไปหลายวัน ไม่ใช่อะไรครับ ...ยังหาสปอทเข้ารายการไม่ได้ 555+ (มุข ...เผื่อขำ???มั้ง) มาครับนอกเรื่องมาเยอะเข้าเรื่องกัน...

เหมือนเดิมครับจินตนาการกันก่อนครับ
ตอนที่แล้ว ผมให้จินตนาการตามว่า คุณได้อยู่ในรายการเกมส์โชว์ทางฟรีทีวี
ตอนนี้ ให้คุณจินตนาการว่า คุณได้มีกล้องตามติดตัวท่าน ประนึ่งเงาที่อยู่ด้วยกันกับคุณมาตั้งแต่เกิด
(ไม่ใช่รายการที่ มีป้ายไฟเขียนชื่อ ชูไปโบกมาน่ะ)
ใช่แล้วครับ ผมหมายถึง รายการเรียลลิตี้โชว์นั้นเอง

ช่วงที่ 2.สนับสนุนโดย เครื่องดื่มชูกำลัง จิ้งหรีดคลั่ง เพื่อเสียงกรี๊ด(ดารา)อย่างมีคุณภาพ 
เสนอช่วง>>>

ก่อนเที่ยง...ที่เลี่ยงไม่ได้


     เอาล่ะซิ มาแปลกอีกแล้วไอ้เด็กนี่ ! หลายคนอาจคิดอย่างนั้น 
 แต่สำหรับผมในช่วงที่ผมเรียนอยู่ประถมศึกษานั้น ช่วงก่อนเที่ยง เป็นอะไรที่
  
{กล้องเจาะเข้ามาที่ใบหน้าเพื่อให้เห็นอาการอย่างชัดเจน}

   เฮ้ย ! หิวจะตายอยู่แล้ว!! ...ใช่ครับ ผมเชื่อว่าเด็กๆหลายๆคน หากทางครอบครัวได้เลี้ยงดูมาอย่างถูกสุขลักษณะ  อาหารครบ 3 มื้อ (แต่ผมเกิน 555+) เป็นธรรมดาครับที่จะต้องหิว  แต่ก็ยังกินไม่ได้ครับเพราะเรียนอยู่ เราก็ได้แต่นั่งนับเวลาถอยหลัง 

{กล้องตัดเข้ามาที่นาฬิกาซึ่งแขวนอยู่บนกระดานดำ} 

มองตามเข็มเดินหมุนเป็นวงกลม รอบแล้วรอบเล่า  และแล้ววินาทีที่เรารอคอยก็มาถึง  
10 นาทีสุดท้ายของชั่วโมงเรียน

{กล้องตัดเจาะเข้ามาตรงมือ ที่กำลังจับดินสอเคาะโต๊ะ ตามจังหวะเดินของนาฬิกา}
  
(ไอ้เด็กเวร! อาจารย์สอนอยู่นั่งคิดแต่จะกิน <<<นี่คือความคิดคุณ ผมได้ยิน 555+) 

...เพราะใจมันโคตรหิว

หรือแท้ที่จริงแล้วบทเรียนที่อาจารย์กำลังสอนนั้น มันน่าเบื่อ! 

เพราะอะไรน่ะ???
  
ขอโทษน่ะครับอาจารย์ครับ(บางคนน่ะ) ผมจะมาเรียนไม่ใช่จะมานั่งฟังว่า

{กล้องจับภาพกว้างไปที่อาจารย์}

อาจารย์ไปเที่ยวที่นั้นมา สนุกมากเลย (ที่ไหนค่ะอาจารย์)

{กล้องเจาะภาพไปที่เด็กผู้หญิงแว่นหนา ผมติ่ง* บานออกข้าง}.

<<<เป็นเสียงเล็กๆที่ดังมาจากโต๊ะหน้า ที่น้ำลายอันฟูฟ่องของอาจาย์ (บางคน)

มาพ่นรดด้วยเรื่องเล่าที่อาจารย์ได้พบเจอมา... 

ไปกันหลายคน อาจารย์นั้นด้วยน่ะ กินโน่นด้วย ซื้อนี่มา ใครอยากได้บ้างเอ๋ย ... 

     แล้วกันครับ ... นี่แหละครับสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ในยามเที่ยงของผม ... มันแย่มากสำหรับเด็กคนนึงที่ต้องมาทนฟังอะไรก็ไม่รู้  หรือว่าเป็นเทคนิคในการสอน ? .... ใช่ๆ เราต้องมองในแง่บวก  เพราะตอนนั้นเรายังเด็กมาก  ไม่รู้ประสีประสา ....
   
{กล้องตัดสลับ อาจารย์/นักเรียน/นาฬิกา ตามจังหวะการเดินของนาฬิกา}

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงง เสียงสัญญาณยาว
    นั่นคือเสียงสวรรค์ที่บ่งบอกว่าหมดคาบเรียนแล้ว  และเราก็จะได้กินข้าวกันสักที แต่แล้วสวรรค์ของเด็กน้อยที่เห็นอยู่รำไรต้องเลือนหายจากไปชั่วขณะ เมื่อเสียงเรียบง่ายและหวานหยดย้อย ปานจะกรีดใจบางๆของใครหลายๆคน ให้ขาดลงได้ของอาจารย์(บางคน)

{กล้องเจาะไปที่ปากของอาจารย์}

อ่ะ ... นักเรียนขอเวลาอีกแปปน่ะค่ะ  ยังไงๆเดี่ยวนักเรียนไปโรงอาหารก็คิวยาวอยู่แล้ว ...
เดี่ยวอาจารย์จะช่วยผ่อนเวลาไม่ต้องไปต่อคิวยาวน่ะค่ะ ...
เอาเปิด หน้า 55 ค่ะ บทที่ 5 น่ะค่ะ 
แล้วกันครับอาจารย์(บางคน) เวลาผ่านมา 55 นาที ไม่มีเนื้อหาเลย 
เหลือ 5 นาทีสุดท้าย กับอีก 5 นาทีหลังหมดคาบ
มันช่างเป็นช่วงเวลาสอน ... ที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ(เหรอ) สำหรับอาจารย์(บางคน)

{กล้องตัดกลับมาที่ ...ตัวคุณ}

*หมายเหตุ  - *ผมติ่ง คือผมทรงนักเรียนผู้หญิงที่ต้องตัดขึ้นมาให้เลยเห็นติ่งหู เพื่อความมีระเบียบวินัยในโรงเรียนและสังคม(เพื่อสังคมด้วยน่ะครับทรงผม)